เตรียมพบ ALL NEW HYUNDAI ELANTRA SPORT ต้นเดือนหน้า

หน้าเชิดหรือหน้าทิ่ม

ผมพยายามเขียนย้ำอยู่บ่อยๆ ว่าผู้ขับรถทุกคนอย่าลืมตรวจดูยางรถของ ตนเอง เพราะว่าผู้ที่ขับรถส่วนมากในปัจจุบันนี้มักจะอ้างว่าไม่มีเวลา และปล่อยหน้าที่ในการตรวจดูแลสภาพการสึกหรอ และแรงดันลมภายในยางให้เป็นหน้าที่ของเด็กปั๊ม หรือบางคนก็ไม่เคยใส่ใจที่จะดูแลจนกว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น ถึงจะหันมาตกอกตกใจในเรื่องที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับยางสักครั้งหนึ่ง

สิ่งที่ต้องตรวจบ่อยที่สุดเกี่ยวกับยางก็คือแรงดันลมในยาง ไม่ว่าจะเป็นรถเก่าหรือรถใหม่และไม่ว่าจะเป็นยางเก่าหรือยางใหม่เอี่ยม ผู้ขับต้องตรวจวัดระดับแรงดันลมในยางอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จงอย่าเชื่อสายตาตัวเองว่าเก่งพอที่จะดูรู้ว่ายางอ่อนหรือไม่ เพราะบางครั้งจุดที่ยางสัมผัสกับพื้นถนนก็หลอกตาเราได้ เพื่อความแน่ใจจึงต้องใช้เกจ์วัดแรงดันลมให้ทำหน้าที่วัดแรงดันลมยางทุก ครั้ง

ทันทีที่คุณลงมือตรวจวัดลมยางด้วยตัวเอง ผลพลอยได้ที่ได้รับตามมา ก็คือ คุณจะได้รู้เห็นสภาพการสึกหรอของยางอย่างใกล้ชิด ซึ่งสภาพการสึกหรอของยางนั้นเป็นตัวบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ หรือบกพร่องของระบบกันสะเทือนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นั่นเท่ากับเป็นผลพลอยได้ที่มีประโยชน์มากเป็นอย่างยิ่งทีเดียว

และทุกครั้งอีกเช่นกันที่ผมจะต้องแนะนำว่า ให้หาเกจ์วัดลมยางติดประจำรถหรือประจำบ้านเอาไว้ เกจ์ที่ว่าหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปราคาอันละไม่กี่ร้อยบาท ซื้อมาแล้วลองเทียบค่าความคลาดเคลื่อนระหว่างเกจ์ที่ซื้อมา กับเกจ์ในปั๊มที่เราใช้บริการเติมลมเป็นประจำ เพราะจะทำให้เราสามารถกำหนดค่าแรงดันลมได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ยางรถยนต์ สมัยนี้อย่าเชื่อใจมากนักว่าร่องดอกยางยังลึกอยู่ แล้วจะยังสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะคุณสมบัติของเนื้อยางในปัจจุบันนี้ทำให้หน้ายางมีการสึกหรอต่ำมาก ดังนั้นหากต้องการรู้ว่ายางที่ท่านใช้อยู่ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนเส้นใหม่ หรือยัง ให้ดูทั้งระยะทางที่ใช้ไป, ระยะเวลานับจากเริ่มต้นใช้ยาง และลักษณะการใช้รถของท่านมาพิจารณาประกอบกันไป จึงจะได้ผลดีที่สุดสำหรับการตัดสินใจเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนยาง

ที่ผมเกริ่นเรื่องยางมายาวก็เพราะมีคำถามจากท่านผู้อ่านถามว่า ปรกติใช้ยางขนาด 215/70 R16 แต่อยากเปลี่ยนยางใหม่เป็นขนาด 255/70 R17 แต่มีปัญหาว่ามีทุนพอที่จะซื้อยางและล้อแม็กเพียงแค่ 2 เส้นก่อน หลังจากนั้นอีกประมาณ 2 เดือนจึงมีเงินเพิ่มขึ้นมากพอที่จะเปลี่ยนตามมาอีก 2 เส้น

คำถามคือควรเปลี่ยน 2 เส้นไหนก่อนจึงจะถูกต้อง เพราะเพื่อนบางคนก็บอกว่าควรเปลี่ยน 2 เส้นคู่หน้าก่อน เพราะยางใหม่ควรอยู่ที่ล้อคู่หน้าเพื่อความปลอดภัย และรถจะได้มีลักษณะหน้าเชิดทำให้ดูสวยงามดี บางคนกลับบอกว่าควรเปลี่ยน 2 เส้นหลังก่อนจะดีกว่า เพราะเป็นล้อที่ใช้ขับเคลื่อนและรับน้ำหนักบรรทุก

ก่อนที่จะตอบคำถามดังกล่าวผมมีข้อสงสัยนิดเดียวว่า ทำไมไม่รอไปอีกเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น เพราะจะได้มีเงินพอเปลี่ยนยางและล้อแม็กพร้อมกันทีเดียว 4 เส้นไปเลย หรือเป็นเพราะกลัวใจตัวเองว่าจะไม่สามารถเก็บเงินเอาไว้ได้ ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่เจรจาเปลี่ยนก่อนผ่อนทีหลังกับร้านยาง ซึ่งปัจจุบันบริการประเภทเปลี่ยนก่อนผ่อนทีหลัง หรือผ่อนรายเดือนโดยไม่มีดอกเบี้ยสำหรับยางรถยนต์เกิดขึ้นมากมาย

แต่ไหนๆ เมื่อถามเข้ามาแล้วผมก็มีหน้าที่ต้องตอบไม่สามารถบิดพลิ้วได้ โดยคำตอบซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวของผมก็คือ จากเงื่อนไขดังกล่าวควรเปลี่ยน 2 เส้นคู่หลังก่อน เพราะว่าหากเปลี่ยน 2 เส้นคู่หน้าก่อนจะทำให้หน้ารถเชิดสูงกว่าด้านหลัง ส่งผลเสียต่อการทรงตัวของรถ อีกทั้งหน้ายางที่มีหน้ากว้างมากกว่าหากนำมาไว้ที่ล้อคู่หน้า จะทำให้พวงมาลัยรถมีน้ำหนักมากกว่าปรกติด้วย

สรุปสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ยางล้อคู่หน้าควรจะมีหน้าแคบกว่ายางล้อหลัง โดยให้นึกถึงภาพของรถแข่งสูตรหนึ่งเอาไว้ จะเห็นได้ชัดว่ารถสูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูล่า วัน ยางหน้าจะแคบกว่ายางหลัง และยางล้อหน้าควรมีความสูงน้อยกว่ายางล้อคู่หลัง เพราะรถยนต์ไม่ใช่เรือซึ่งต้องการหน้าเชิดเพื่อการแหวกคลื่น

หน้ารถที่ต่ำกว่าจะทำให้มีน้ำหนักกดลงที่ด้านหน้า นั่นหมายถึง การยึดเกาะถนนเพราะหน้ายางที่ล้อหน้าจะถูกกดลงให้ติดกับพื้นถนนได้มาก ต่างจากรถที่หน้าเชิดกว่าด้านหลัง เพราะหมายถึงพื้นที่ของยางล้อคู่หน้าจะสัมผัสกับพื้นถนนย่อมมีน้อยลง หรือเท่ากับว่าการยึดเกาะถนนน้อยลงไปด้วยนั่นเองครับ

โดย : พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

RELATE POSTS

ข่าวสารและกิจกรรม

ขั้นตอนในการขายรถ

ขายรถมือสอง ศูนย์รับซื้อ ขายรถยนต์มือสองให้ราคาสูงสุดจนคุณพอใจ Kairod.com ให้บริการรับซื้อ ขายรถมือสองโดยตรง ทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น ไม่ผ่านนายหน้า ให้ราคารถสูงสุด จนคุณพอใจ

เทคนิคการใช้รถ

เทคนิคการใช้เกียร์ออโต้เมติค

ปัจจุบันรถยนต์ที่เป็นเกียร์ออโตเมติกเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากขับขี่สบายไม่ต้องเมื่อยเปลี่ยนเกียร์และเหยียบคลัตช์ (Clutch) ตลอดเวลายามรถติด แต่อาจมีบางท่านเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้เกียร์ออโต ส่งผลให้ทอนอรยุการใช้งานของรถโดยไม่รู้ตัว

เทคนิคการใช้รถ

RUN IN คืออะไร

รันอิน แปลกันทางเทคนิค หมายถึง การเดินเครื่องขณะสภาพใหม่ หรือการเดินเครื่องก่อนใช้งานปกติ เพื่อให้รถยนต์ใหม่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และมีอายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งส่วนใหญ่จะทำกันช่วง 1,000 กิโลเมตรแรก

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม และโปรโมชั่นจากเราก่อนใคร